หนุ่มใหญ่เป็นศพใต้สะหลังติดคาซากรถหายตัวไปเกือบเดือน

โดยในช่วงที่ผ่านมาได้มีการรายงานข่าววันที่ 8 มกราคมหลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างอารมณ์อำเภอดอยคำจังหวัดพะเยา ต่างช่วยกันทำการกู้ซากรถยนต์กระบะวีโก้สีดำ ซึ่งบริเวณสัตว์น้ำริมถนนสายบ้านศาลา ซึ่งจากการกู้ซากรถเดินทางดังกล่าวได้พบร่างผู้เสียชีวิตติดอยู่ในซากรถทราบชื่อ คือนายปรเมศอายุ 46 ปีเป็นชาวจังหวัดพะเยา ซึ่งเป็นนักธุรกิจตัดเย็บเสื้อผ้าติดอยู่ภายในรถยนต์สภาพ ขาห้อยออกจากนอกตัวรถซึ่งคาดว่าขนาดประสบหวัดดีเหตุเจ้าตัวพยามหนีออกจากตัวรถ แต่ไม่ทันทำให้เสียชีวิตก่อน ซึ่งล่าสุดไอ้สับ่เว่าผู้เสียชีวิตดังกล่าวได้ประสบหวัดดีเหตุเนื่องจากเส้นดังกล่าวเป็นเส้นทางที่ถนนคนเขียวและค่อนข้างแคบไม่มีไฟสองสว่าง และคาดว่าผู้ตายน่าจะเดินทางกลับบ้านแต่ถึงที่เกิดเหตุก่อนถึงทำให้เสียชีวิตคาที่

หนุ่มทะเลาะกับแฟนสาวเครียดโดดตึกดับทิ้งจดหมายลาตาย

ในวันที่ 28 ธันวาคมช่วงเวลาประมาณ 21:00 น. ที่บริเวณลานจอดรถจักรยานยนต์หลังอาคารสูง 22 ชั้นของซอยรัชดาท่าพระ 5 เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ได้พบศพนายกิตติพงษ์อาชีพเป็นพนักงานต้อนรับในโรงแรม จากการสอบถามก็ทราบว่าผู้ตายเช่าอยู่ห้องพักกับแฟนสาวที่อยู่ชั้น 21 ช่วงนี้แฟนสาวกลับบ้านที่ต่างจังหวัดเพราะว่าทะเลาะกันกับผู้ตาย ซึ่งผู้ตายเป็นโรคซึมเศร้าเคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาก่อนจะเกิดเหตุแฟนสาวพยายามจะติดต่อผู้ตายหลายครั้งแต่ไม่สามารถที่จะติดต่อได้ และมีผู้เห็นว่าผู้ตายไปนั่งดื่มเบียร์คนเดียวที่ชั้น 18 ที่เป็นสวนหย่อมของอาคารก่อนจะกระโดดลงมาทะลุกันสาดและลงมาที่พื้น และตรวจสอบบริเวณชั้นที่ 18 บนโต๊ะมาหินอ่อนที่กระโดด พบกระป๋องเบียร์วางอยู่ 4 กระป๋องซึ่งตรวจสอบภายในห้องพักพบจดหมายลาตายวางไว้ที่หัวเตียงเขียนคำว่ารักและชื่อแฟนสาวเจ้าที่จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน เจ้าที่คาดว่าผู้ตายเกิดการซึมเศร้าจนกระโดดตึกฆ่าตัวตายอย่างไรก็ตามเจ้าที่ได้สอบสวนแฟนสาวและพยานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดก่อนจะส่งศพไปผ่าพิสูจน์ที่โรงพยาบาลศิริราช

สั่งปรับหนุ่มทิ้งขยะที่ทะเลบางทราย

และที่สังคมออนไลน์ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ชายได้ขับรถกระบะขนขยะไปทิ้งทะเลของพื้นที่เทศบาลตำบลบางทรายอำเภอเมืองจังหวัดชลบุรี ล่าสุดนั้นทางด้านพันตำรวจเอกสมโชค ตาผล ซึ่งเป็นผู้กำกับสารระบบภูธรเมืองชลบุรีได้สั่งการให้ติดตามชายที่ปรากฏในภาพและพบรถคันดังกล่าวจอดที่ห้างสินค้าเฉลิมไทยช้อปปิ้งมอลล์ และได้ตรวจพบนายชาติอายุ 57 ปี รับสารภาพว่าเป็นผู้ที่นำขยะไปทิ้งจึงนำตัวมาที่สถานีตำรวจพร้อมเปรียบเทียบปรับ 1000 บาทและให้บำเพ็ญประโยชน์ และเขาได้กล่าวว่าปกติจะนำขยะไปทิ้งที่ถังแต่วันที่เกิดเหตุรถเก็บขยะได้นำถังขยะไปจึงตัดสินใจนำไปทิ้งในทะเลส่วนเรื่องที่ถูกต่อว่าในโลกสังคมออนไลน์นั้นยอมรับว่าไม่ทราบเรื่องเพราะมันจะได้อินเตอร์เน็ตแต่ไม่รู้ภายหลัง จากเพื่อนบ้านบอกจึงขอโทษต่อสังคมและยืนยันว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก และทางด้านพันตำรวจเอกสมโชคก็ได้กล่าวว่าการที่นำขยะไปทิ้งที่ทะเลนั้นผิดพระราชบัญญัติส่งเสริมและการรักษาสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้มีการสั่งปรับเงิน 1000 บาทและให้ประโยชน์เก็บขยะสองถุงในวันที่หนึ่งมกราคม 2560 จะมีเจ้าที่ตำรวจตามไปดูการบำเพ็ญประโยชน์ในครั้งนี้ด้วย

แฟนบอลพบตำรวจยันอยู่ในเหตุการณ์แต่ไม่ได้จุดพลุ

และที่สถานีตำรวจหัวหมากได้เรียกให้มาพบพนักงานสอบสวนในฐานะพยานเพราะว่า พบมีภาพปรากฏอยู่ในคลิปวิดีโอของกลุ่มกองเชียร์อุลตร้าไทยแลนด์ในระหว่างการแข่งขันฟุตบอลรอบชิงชนะเลิศเอเอฟเอฟซูซูกิคัพ ในระหว่างทีมชาติไทยพบกับอินโดนีเซียที่สนามราชมังคลากีฬาสถานในวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมาค่ะ ทางด้านพันตำรวจโทนพพรได้เผยว่าบุคคลที่เรียกมาสอบปากคำเป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ซึ่งพนักงานสอบสวนได้เรียกให้ปากคำหลายคนทั้งหมดได้ให้การเป็นประโยชน์และได้รับสารภาพว่าอยู่ภายในสนามราชมังคลากีฬาสถาน และอยู่ใกล้กับกลุ่มอุลตร้าไทยแลนด์แต่ปฏิเสธว่าไม่เป็นคนจุดพรุแฟร์ในระหว่างการแข่งขันค่ะ เบื้องต้นเมื่อสอบปากคำเสร็จสิ้นสอบสวนได้แจ้งข้อหานะและได้บันทึกการสอบปากคำไว้เป็นหลักฐานในการออกหมายจับไปก่อนแล้ว

สาวปริญญาโทถอดรองเท้าจะกระโดดสะพานสุดท้ายจะตรวจพบที่บ้าน

ในวันที่ 12 พฤศจิกายนทางด้านเจ้าที่กู้ภัยจีตัมเกาะจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมกับนักประดาน้ำและกลุ่มเจ็ทสกีกีฬาทางน้ำของจังหวัดอุบลราชธานี ได้มีการร่วมกันค้นหาผู้หญิงปริศนาที่ได้มีคนพบรองเท้าผู้หญิงสีขาว 1 คู่ พร้อมกับรถยนต์ฮอนด้าซีอาวีสีขาวที่จอดทิ้งไว้บริเวณสะพาน 100 ปี ข้ามแม่น้ำมูลอำเภอเมืองจังหวัดอุบลราชธานี ทางด้านเจ้าหน้าที่ก็คาดว่าหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นเธอน่าจะกระโดดสะพานลงไปในแม่น้ำมูลเพื่อที่จะฆ่าตัวตายทางด้านเจ้าที่ได้มีการระดมค้นหากว่า 1 ชั่วโมง ก็ยังไม่พบและจะต้องยุติการค้นหาเนื่องจากน้ำไหลและเชี่ยวมาก จึงได้มีการตรวจสอบภายหลังก็ได้ทราบว่าเจ้าของรถคันดังกล่าวเป็นของนักศึกษาปริญญาโทของมหาวิทยาลัยชื่อดังในจังหวัดอุบลราชธานี ที่ได้เดินทางกลับไปบ้านพักแล้วสอบถามก็ทราบว่าก่อนหน้านี้เธอได้พยายามที่จะกระโดดน้ำฆ่าตัวตายจริง แต่ก็มีพลเมืองดีช่วยเอาไว้ก่อนและก่อนที่จะเดินทางกลับบ้านโดยที่รถอยู่แล้วรองเท้าไว้ในที่เกิดเหตุทำให้จอที่ได้เกิดความเข้าใจผิดกัน

ชายขาพิการบุกวัดยิงหญิงสาวใหญ่ขณะถวายเพล

และในเวลา12:00 น. ของวันที่ 7 พฤศจิกายนทางด้านร้อยตำรวจเอกพิชิตกุล ซึ่งเป็นร้อยเวร สภ.บางละมุงพร้อมกับเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบวัดหนองเกตุน้อย หลังจากรับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันรับบาดเจ็บ ซึ่งผ่านที่เกิดเหตุนั้นอยู่บริเวณศาลาหน้ากุฎิเจ้าอาวาสกองเลือดอยู่จำนวนมากคนเจ็บทราบชื่อคือนางสาวรัญลิดา อายุ 47 ปีถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. ตามร่างกายรวม 3 นัด ญาตินำส่งโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยาก่อนที่เจ้าที่ตำรวจจะไปถึง และที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ตกในที่เกิดเหตุสามปลอกและคนร้ายคือนายสมศักดิ์อายุ 50 ปีคนพิการขาเสียหนึ่งข้างหลังจากก็เห็นด้วยหลบหนีเจ้าที่ตำรวจได้ส่งชุดติดตามคาดว่าจะหลบหนีซ่อนตัวแต่ก็ยังไม่พบตัว ทางด้านเจ้าที่ตำรวจได้เดินทางไปอยู่โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา เพื่อตรวจสอบผู้บาดเจ็บทางแพทย์ไปช่วยเหลือในเบื้องต้นได้ทำการสอบสวนหาสาเหตุก็ทราบว่าคนยิ่งเป็นพี่ชายฝ่ายสามีของคนเจ็บ ที่มีเรื่องราวกันมาระหว่างพี่น้องมานานแล้วแต่ไม่ทราบว่าเรื่องอะไรซึ่งเกาะตอนเกิดเหตุคนเจ็บได้นำอาหารมาถวายเจ้าอาวาสวัดดังกล่าวคนร้ายที่อยู่ในการเมาสุราได้ตามมาก่อนที่จะหลบหนีไปเจ้าที่เร่งตามล่าคนร้ายแล้ว

แพทย์ออกมาแถลงอาการ สันติ ดวงสว่าง สมองส่วนใหญ่ตาย

ทางด้านผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานว่านายแพทย์สุทธิพงษ์ซึ่งเป็นพุ่มในการโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้กล่าวถึงอาการของนายจเร ภู่ทองหรือว่าสันติ ดวงสว่างอายุ 48 ปีซึ่งเป็นนักร้องทุ่งเจ้าของผลงาน เพลงจูบไม่หวาน หลังจากที่ถูกนำส่งเข้ารักษาตัวที่ชั้น 3 ห้องไอซีอยู่ศัลยกรรมชายอาคารร่วมใจเอื้อ ของโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จังหวัดสมุทรสงคราม ด้วยอาการเส้นเลือดในสมองเสื่อมและเส้นเลือดบริเวณโพรงสมองส่วนกลางแตก ล่าสุดนั้นเวลา 10:00 น. ของวันที่ 3 พฤศจิกายน กับชีพจรที่ขึ้นเป็น 127-86 จากเดิมตอนที่เข้าไอซีอยู่ในคืนวันที่ 1 ตุลาคมชีพจรเต้นเพียงแต่ 17 ถึง 60 ในส่วนของสมองส่วนใหญ่นั้นยังไม่ทำงานเหมือนเดิม ซึ่งแพทย์นั้นต้องใส่เครื่องช่วยหายใจและให้น้ำเกลือตามปกติ ทางด้านนายแพทย์สุทธิพงษ์ก็ได้กล่าวว่าเส้นเลือดนั้นเสร็จเมื่อไหร่ก็บอกไม่ได้ อาจจะแต่ก่อนที่จะเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลเพราะว่าเส้นเลือดสมองแตกเลือดค่อยค่อยซึมในเลือดสมอง เมื่อถึงขีดที่แรงดันในสมองสูงจะทำให้กดเนื้อสมองทำให้ขาดเลือด และไม่มีออกซิเจนไปเลี้ยงสมองทำให้เนื้อสมองตายผู้ป่วยมีอาการภายนอกมาให้ได้เห็นดังกล่าว ซึ่งก็อาจเป็นเจ้าชายนิทราหรือไม่คงต้องประเมินต่อไปการที่เป็นเจ้าชายนิทราหมายถึงสมองได้ถูกทำลายแต่ว่าสมองส่วนควบคุมร่างกายยังทำงานปกติเพียงแต่ไม่รู้สึกตัวเท่านั้น

รุ่นพี่วิศวะ ม.ดัง รับน้องฉีกกระเป๋าเสื้อช็อปอ้างจ่ายเงินได้แค่เสื้อแต่ไม่ได้กระเป๋า

และในวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมาทางด้านเพจ Facebook แอนตี้โซตัดกระดาษออกมาแชร์เรื่องราวของนักศึกษาปีหนึ่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ที่ได้แจ้งข้อมูลบ้าได้ถูกรุ่นพี่ในคณะที่กระเป๋าเสื้อช็อปซึ่งบอกว่าเสื้อช็อปนี้เค้าเสียเงินซื้อมาเองหากจะได้คืนจะต้องโดนทำโทษก่อนไม่ว่าจะเป็นการยืนตากแดดวิดพื้น กวาดพื้น ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เราว่า ตอนประชุมรุ่นพี่บอกกฎว่าห้ามใส่กางเกงยีนส์และเสื้อช็อปถ้าฝ่าฝืนจะโดนฉีกกระเป๋าซึ่งตนก็คิดว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ และเพจแอนตี้โซตัดบัญชีระบุว่าเงินที่จ่ายค่าเสื้อช็อปเป็นเงินส่วนตัวของเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเท่านั้นและเกลียกับกระเป๋าเสื้อทางสโมสรทำขึ้นสามารถยึดกระเป๋าขึ้นได้หากทำผิดระเบียบ ซึ่งเมื่อได้ถามรุ่นน้องเรื่องแต่รุ่นน้องก็ยังคงยืนยันเหมือนเดิมว่ากระเป๋าพร้อมเสื้อนั้นต้องเป็นคนจ่ายเงินซื้อมาเองค่ะ เมื่อเรื่องราวได้แชร์กันในโลกออนไลน์ก็มีคนเข้ามาพูดว่าเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคลทำไมรุ่นพี่ถึงมีสิทธิ์มาทำร้ายและมีเสื้อแยกขายกระเป๋าได้หรือจากนั้นชาวเน็ตที่เอาเป็นศิษย์เก่าก็ออกมาชี้แจงว่าเป็นการฝึกระเบียบอยากให้ปีหนึ่งแต่งตัวให้เรียบร้อยและ staff ก็แจ้งแล้วว่าเงินที่ปีหนึ่งจ่ายเป็นเพียงส่วนของเสื้อเท่านั้น บริเวณกระเป๋าเสื้อที่เป็นตาเกียร์ เป็นเงินของคณะหากไม่ทำตามมีสิทธิ์ที่จะยึดกระเป๋าคืนได้

ยายแดงดีใจมากที่ได้เข้าไปกราบพระบรมศพถึงแม้ว่าจะไม่ใส่รองเท้า

ทางด้าน Facebook FAN pages เอฟเอ็ม 91 มีการรายงานว่าคุณยายแดงอายุ 82 ปีมาจากจังหวัดตรัง ได้เข้ากับพระบรมศพแล้ว หลังจากที่ไม่กล้าต่อคิวรอถวายสักการะพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ที่พระบรมมหาราชวังเพราะกังวลเนื่องจากไม่ได้ใส่รองเท้าซึ่งเพจนั้นได้มีการโพสต์ข้อความว่า ดีใจมากคุณยายแดงอายุ 82 ปีเป็นชาวจังหวัดตรังได้ไปกราบพระบรมศพในพระบรมมหาราชวังแล้วหลังจากที่กังวลว่าเค้าไม่ได้เนื่องจากไม่ได้ใส่ลงเท้าจนไม่กล้าไปต่อคิวค่ะ ทางด้านพลตำรวจโทอำนวย นิ่มมะโน ซึ่งท่านรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครก็ได้ระบุว่า ทางสำนักพระราชวังได้ให้สิทธิประชาชนเท่าเทียมกันไม่ว่าจะอยู่ในสภาพใด โดยเฉพาะที่มาจากต่างจังหวัดไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีรองเท้าหรือไม่เคยใส่รองเท้าจะสามารถเดินเข้ามาร่วมกราบพระบรมศพได้ ซึ่งชาวบ้านที่ใส่กางเกงมาทางสำนักพระราชวังก็มีผ้าถุงเตรียมไว้ให้กับประชาชนด้วย

เจ้าชายทะกะฮิโตะ สิ้นพระชนม์มายุ 100 พรรษา

ทางด้านสำนักพระราชวังญี่ปุ่นได้มีการประกาศว่าเจ้าชายทะกะฮิโตะหรือว่าเจ้าชายมิกะซะ ซึ่งเป็นพระราชโอรสองค์สุดท้องในสมเด็จพระจักรพรรดิ ไทโชและสมเด็จพระจักรพรรดินีเทเม ทรงเป็นพระอนุชาของพระองค์เล็กของจักรพรรดิโชวะได้สิ้นพระชนม์แล้ว ด้วยขณะพระชนมายุ 100 พรรษา ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าชายทะกะฮิโตะ ส่งได้พักรักษาพระอาการพระประชวรที่โรงพยาบาลในกรุงโตเกียวตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมากับอาการปอดบวม ซึ่งเจ้าชายทะกะฮิโตะ ได้ประสูติในวันที่ 2 ธันวาคม 2458 พระองค์ทรงเป็นพระปิตุลาของสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ และยังเป็นองค์รัชทายาทผู้สืบราชสันตติวงศ์เป็นระดับที่ 5 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่หน้าเศร้าเสียใจเป็นอย่างมากเลยค่ะ