สาวปริญญาโทถอดรองเท้าจะกระโดดสะพานสุดท้ายจะตรวจพบที่บ้าน

ในวันที่ 12 พฤศจิกายนทางด้านเจ้าที่กู้ภัยจีตัมเกาะจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมกับนักประดาน้ำและกลุ่มเจ็ทสกีกีฬาทางน้ำของจังหวัดอุบลราชธานี ได้มีการร่วมกันค้นหาผู้หญิงปริศนาที่ได้มีคนพบรองเท้าผู้หญิงสีขาว 1 คู่ พร้อมกับรถยนต์ฮอนด้าซีอาวีสีขาวที่จอดทิ้งไว้บริเวณสะพาน 100 ปี ข้ามแม่น้ำมูลอำเภอเมืองจังหวัดอุบลราชธานี ทางด้านเจ้าหน้าที่ก็คาดว่าหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นเธอน่าจะกระโดดสะพานลงไปในแม่น้ำมูลเพื่อที่จะฆ่าตัวตายทางด้านเจ้าที่ได้มีการระดมค้นหากว่า 1 ชั่วโมง ก็ยังไม่พบและจะต้องยุติการค้นหาเนื่องจากน้ำไหลและเชี่ยวมาก จึงได้มีการตรวจสอบภายหลังก็ได้ทราบว่าเจ้าของรถคันดังกล่าวเป็นของนักศึกษาปริญญาโทของมหาวิทยาลัยชื่อดังในจังหวัดอุบลราชธานี ที่ได้เดินทางกลับไปบ้านพักแล้วสอบถามก็ทราบว่าก่อนหน้านี้เธอได้พยายามที่จะกระโดดน้ำฆ่าตัวตายจริง แต่ก็มีพลเมืองดีช่วยเอาไว้ก่อนและก่อนที่จะเดินทางกลับบ้านโดยที่รถอยู่แล้วรองเท้าไว้ในที่เกิดเหตุทำให้จอที่ได้เกิดความเข้าใจผิดกัน

ชายขาพิการบุกวัดยิงหญิงสาวใหญ่ขณะถวายเพล

และในเวลา12:00 น. ของวันที่ 7 พฤศจิกายนทางด้านร้อยตำรวจเอกพิชิตกุล ซึ่งเป็นร้อยเวร สภ.บางละมุงพร้อมกับเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบวัดหนองเกตุน้อย หลังจากรับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันรับบาดเจ็บ ซึ่งผ่านที่เกิดเหตุนั้นอยู่บริเวณศาลาหน้ากุฎิเจ้าอาวาสกองเลือดอยู่จำนวนมากคนเจ็บทราบชื่อคือนางสาวรัญลิดา อายุ 47 ปีถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. ตามร่างกายรวม 3 นัด ญาตินำส่งโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยาก่อนที่เจ้าที่ตำรวจจะไปถึง และที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ตกในที่เกิดเหตุสามปลอกและคนร้ายคือนายสมศักดิ์อายุ 50 ปีคนพิการขาเสียหนึ่งข้างหลังจากก็เห็นด้วยหลบหนีเจ้าที่ตำรวจได้ส่งชุดติดตามคาดว่าจะหลบหนีซ่อนตัวแต่ก็ยังไม่พบตัว ทางด้านเจ้าที่ตำรวจได้เดินทางไปอยู่โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา เพื่อตรวจสอบผู้บาดเจ็บทางแพทย์ไปช่วยเหลือในเบื้องต้นได้ทำการสอบสวนหาสาเหตุก็ทราบว่าคนยิ่งเป็นพี่ชายฝ่ายสามีของคนเจ็บ ที่มีเรื่องราวกันมาระหว่างพี่น้องมานานแล้วแต่ไม่ทราบว่าเรื่องอะไรซึ่งเกาะตอนเกิดเหตุคนเจ็บได้นำอาหารมาถวายเจ้าอาวาสวัดดังกล่าวคนร้ายที่อยู่ในการเมาสุราได้ตามมาก่อนที่จะหลบหนีไปเจ้าที่เร่งตามล่าคนร้ายแล้ว

แพทย์ออกมาแถลงอาการ สันติ ดวงสว่าง สมองส่วนใหญ่ตาย

ทางด้านผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานว่านายแพทย์สุทธิพงษ์ซึ่งเป็นพุ่มในการโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้กล่าวถึงอาการของนายจเร ภู่ทองหรือว่าสันติ ดวงสว่างอายุ 48 ปีซึ่งเป็นนักร้องทุ่งเจ้าของผลงาน เพลงจูบไม่หวาน หลังจากที่ถูกนำส่งเข้ารักษาตัวที่ชั้น 3 ห้องไอซีอยู่ศัลยกรรมชายอาคารร่วมใจเอื้อ ของโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จังหวัดสมุทรสงคราม ด้วยอาการเส้นเลือดในสมองเสื่อมและเส้นเลือดบริเวณโพรงสมองส่วนกลางแตก ล่าสุดนั้นเวลา 10:00 น. ของวันที่ 3 พฤศจิกายน กับชีพจรที่ขึ้นเป็น 127-86 จากเดิมตอนที่เข้าไอซีอยู่ในคืนวันที่ 1 ตุลาคมชีพจรเต้นเพียงแต่ 17 ถึง 60 ในส่วนของสมองส่วนใหญ่นั้นยังไม่ทำงานเหมือนเดิม ซึ่งแพทย์นั้นต้องใส่เครื่องช่วยหายใจและให้น้ำเกลือตามปกติ ทางด้านนายแพทย์สุทธิพงษ์ก็ได้กล่าวว่าเส้นเลือดนั้นเสร็จเมื่อไหร่ก็บอกไม่ได้ อาจจะแต่ก่อนที่จะเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลเพราะว่าเส้นเลือดสมองแตกเลือดค่อยค่อยซึมในเลือดสมอง เมื่อถึงขีดที่แรงดันในสมองสูงจะทำให้กดเนื้อสมองทำให้ขาดเลือด และไม่มีออกซิเจนไปเลี้ยงสมองทำให้เนื้อสมองตายผู้ป่วยมีอาการภายนอกมาให้ได้เห็นดังกล่าว ซึ่งก็อาจเป็นเจ้าชายนิทราหรือไม่คงต้องประเมินต่อไปการที่เป็นเจ้าชายนิทราหมายถึงสมองได้ถูกทำลายแต่ว่าสมองส่วนควบคุมร่างกายยังทำงานปกติเพียงแต่ไม่รู้สึกตัวเท่านั้น

รุ่นพี่วิศวะ ม.ดัง รับน้องฉีกกระเป๋าเสื้อช็อปอ้างจ่ายเงินได้แค่เสื้อแต่ไม่ได้กระเป๋า

และในวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมาทางด้านเพจ Facebook แอนตี้โซตัดกระดาษออกมาแชร์เรื่องราวของนักศึกษาปีหนึ่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ที่ได้แจ้งข้อมูลบ้าได้ถูกรุ่นพี่ในคณะที่กระเป๋าเสื้อช็อปซึ่งบอกว่าเสื้อช็อปนี้เค้าเสียเงินซื้อมาเองหากจะได้คืนจะต้องโดนทำโทษก่อนไม่ว่าจะเป็นการยืนตากแดดวิดพื้น กวาดพื้น ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เราว่า ตอนประชุมรุ่นพี่บอกกฎว่าห้ามใส่กางเกงยีนส์และเสื้อช็อปถ้าฝ่าฝืนจะโดนฉีกกระเป๋าซึ่งตนก็คิดว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ และเพจแอนตี้โซตัดบัญชีระบุว่าเงินที่จ่ายค่าเสื้อช็อปเป็นเงินส่วนตัวของเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเท่านั้นและเกลียกับกระเป๋าเสื้อทางสโมสรทำขึ้นสามารถยึดกระเป๋าขึ้นได้หากทำผิดระเบียบ ซึ่งเมื่อได้ถามรุ่นน้องเรื่องแต่รุ่นน้องก็ยังคงยืนยันเหมือนเดิมว่ากระเป๋าพร้อมเสื้อนั้นต้องเป็นคนจ่ายเงินซื้อมาเองค่ะ เมื่อเรื่องราวได้แชร์กันในโลกออนไลน์ก็มีคนเข้ามาพูดว่าเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคลทำไมรุ่นพี่ถึงมีสิทธิ์มาทำร้ายและมีเสื้อแยกขายกระเป๋าได้หรือจากนั้นชาวเน็ตที่เอาเป็นศิษย์เก่าก็ออกมาชี้แจงว่าเป็นการฝึกระเบียบอยากให้ปีหนึ่งแต่งตัวให้เรียบร้อยและ staff ก็แจ้งแล้วว่าเงินที่ปีหนึ่งจ่ายเป็นเพียงส่วนของเสื้อเท่านั้น บริเวณกระเป๋าเสื้อที่เป็นตาเกียร์ เป็นเงินของคณะหากไม่ทำตามมีสิทธิ์ที่จะยึดกระเป๋าคืนได้

ยายแดงดีใจมากที่ได้เข้าไปกราบพระบรมศพถึงแม้ว่าจะไม่ใส่รองเท้า

ทางด้าน Facebook FAN pages เอฟเอ็ม 91 มีการรายงานว่าคุณยายแดงอายุ 82 ปีมาจากจังหวัดตรัง ได้เข้ากับพระบรมศพแล้ว หลังจากที่ไม่กล้าต่อคิวรอถวายสักการะพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ที่พระบรมมหาราชวังเพราะกังวลเนื่องจากไม่ได้ใส่รองเท้าซึ่งเพจนั้นได้มีการโพสต์ข้อความว่า ดีใจมากคุณยายแดงอายุ 82 ปีเป็นชาวจังหวัดตรังได้ไปกราบพระบรมศพในพระบรมมหาราชวังแล้วหลังจากที่กังวลว่าเค้าไม่ได้เนื่องจากไม่ได้ใส่ลงเท้าจนไม่กล้าไปต่อคิวค่ะ ทางด้านพลตำรวจโทอำนวย นิ่มมะโน ซึ่งท่านรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครก็ได้ระบุว่า ทางสำนักพระราชวังได้ให้สิทธิประชาชนเท่าเทียมกันไม่ว่าจะอยู่ในสภาพใด โดยเฉพาะที่มาจากต่างจังหวัดไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีรองเท้าหรือไม่เคยใส่รองเท้าจะสามารถเดินเข้ามาร่วมกราบพระบรมศพได้ ซึ่งชาวบ้านที่ใส่กางเกงมาทางสำนักพระราชวังก็มีผ้าถุงเตรียมไว้ให้กับประชาชนด้วย

เจ้าชายทะกะฮิโตะ สิ้นพระชนม์มายุ 100 พรรษา

ทางด้านสำนักพระราชวังญี่ปุ่นได้มีการประกาศว่าเจ้าชายทะกะฮิโตะหรือว่าเจ้าชายมิกะซะ ซึ่งเป็นพระราชโอรสองค์สุดท้องในสมเด็จพระจักรพรรดิ ไทโชและสมเด็จพระจักรพรรดินีเทเม ทรงเป็นพระอนุชาของพระองค์เล็กของจักรพรรดิโชวะได้สิ้นพระชนม์แล้ว ด้วยขณะพระชนมายุ 100 พรรษา ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าชายทะกะฮิโตะ ส่งได้พักรักษาพระอาการพระประชวรที่โรงพยาบาลในกรุงโตเกียวตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมากับอาการปอดบวม ซึ่งเจ้าชายทะกะฮิโตะ ได้ประสูติในวันที่ 2 ธันวาคม 2458 พระองค์ทรงเป็นพระปิตุลาของสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ และยังเป็นองค์รัชทายาทผู้สืบราชสันตติวงศ์เป็นระดับที่ 5 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่หน้าเศร้าเสียใจเป็นอย่างมากเลยค่ะ

คุณไทยได้หลั่งน้ำตาเมื่อเห็นคลิปหนุ่มฝรั่งยืนร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี

ทางด้านผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานว่าที่โลกออนไลน์ได้ให้ความสนใจกับคลิปภาพชาวต่างชาติคนหนึ่งที่ได้ยืนกรุงและร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีอยู่บริเวณท่าน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาและยังได้เปล่งเสียงร้องเพลงอย่างหนักแน่นถึงแม้ว่าสำเนียงจะไม่ชัดเจนก็ตามแต่ว่าด้วยสร้างความประทับใจเป็นอย่างมากให้กับผู้ที่ได้พบเห็น แล้วตามรายงานก็ได้ระบุว่า คลิปได้ถูกโพสต์ลงใน facebook ของหนุ่มฝันดี จรรยาธนากร ซึ่งเขาเป็นดาราจิตอาสาได้ช่วยชายชาวต่างชาติคนหนึ่งแต่งกายไว้ทุกข์ด้วยชุดสีดำทั้งตัวก่อนที่จะยืนตรงเป็นเสียงร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีทั่วบริเวณ ซึ่งเมื่อร้องเพลงจบก็ได้มีการถวายความเคารพตามธรรมเนียมด้วยนะคะ และคลิปดังกล่าวก็มียอดชมเป็นแสนครั้งหลังจากที่ได้มีการโพสต์ลงในโซเชียลหลายคนต่างก็รู้สึกประทับใจเป็นอย่างมากในการกระทำของชายชาวต่างชาติทำให้ด้วยหลังน้ำตาออกมา และแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชด้วย

จุ๋ย วรัทยาควงแขนดีเจ พุฒร่วมทอดกฐินที่ชัยภูมิ

และช่วงนี้ก็อยู่ในช่วงฤดูกาลของงานบุญทอดกฐินประจำปีสำหรับพุทธศาสนิกชนทั้งหลายที่อยู่ในพื้นที่ต่างๆก็ได้มีการร่วมงานบุญกันอย่างถ้วนหน้าเหมือนกับบรรดาดาราคนดังที่มีภาคส่วนร่วมเป็นเจ้าภาพและทำบุญสร้างกุศลด้วยสำหรับคู่จิ้นอย่างสาวจุ๋ย วรัทยากับหนุ่มพุฒ พุฒิชัย ที่ได้มีการเดินทางมาที่จังหวัดชัยภูมิเพื่อที่จะร่วมทอดกฐินสามัคคีกับวัดศิริผล อำเภอบำเหน็จณรงค์ เพื่อที่จะลงเสาเข็มสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ซึ่งก็มีผู้ใหญ่ใจดีหลายท่านได้เ ข้ามาร่วมสมทบทุนอย่างคับคั่งทำให้ยอดกฐินในครั้งนี้ประมาณ 2 ล้านบาทพร้อมได้อุทิศน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชด้วยค่ะ

ชายผู้ที่ปิดทองหลังพระพุทธท่อน้ำทิ้งเดินสายไฟรอบสนามหลวง

แล้วทางด้านผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่งจะมีการโพสต์ภาพถ่ายคนหนึ่งที่ได้ปฏิบัติหน้าที่เดินสายไฟที่ท่อน้ำทิ้งที่สุดแสนจะสกปรกบริเวณท้องสนามหลวง และชายผู้หญิงเขาก็เป็นเบื้องหลังของความให้แสงสว่างให้กับทุกคนที่ได้เดินทางมาถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้อย่างสะดวกและปลอดภัยด้วยค่ะ ซึ่งชาวโซเชียลต่างประเทศแฉภาพที่น่ายกย่องของไทยพรุ่งนี้รวมไปถึงเจ้าที่ทุกคนที่ทำงานเป็นอย่างหนักพฤษาอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนโดยที่ไม่ได้หวังที่จะมีชื่อเสียงหรือคำชมใดใดเป็นผู้ที่ปิดทองหลังพระเป็นอย่างมากตามคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 ค่ะ การปิดทองหลังพระเมื่อถึงคราวที่จำเป็นจะต้องปิด ซึ่งจริงแล้วคนโดยมากไม่ค่อยชอบปิดทองหลังพระ เพราะนึกว่าไม่มีใครจะเห็นแต่ถ้าทุกคนปิดทองหลังพระแต่ข้างหน้าไม่มีใครปิดทองหลังพระข้างหลังค่ะก็คงเป็นพระที่งามบริบูรณ์ไม่ได้ซึ่งเป็นพระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยวันที่ 25 กรกฎาคม 2506 ค่ะ

ลือวุ้นเส้น ชาคริต เซ็นใบหย่าแล้ว

และหลังจากที่ได้มีการปล่อยให้เป็นปริศนาอย่างความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักคู่นี้ที่กำลังจะกลายเป็นอดีตแล้วอย่างคู่ของสาววุ้นเส้น วิริฒิพากับหนุ่มชาคริตแย้มนาม ที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าทั้งคู่ได้แยกทางกันอยู่เป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่ก็ยังไม่ได้มีการคอนเฟิร์มจากทั้งสองฝ่ายหลังจากที่ได้เกิดเรื่องอื้อฉาวขึ้นมาค่ะ ล่าสุดนั้นแหล่งเขาก็เปิดเผยว่าคู่รักคู่นี้ได้กลายเป็นเพียงความหลังอย่างเป็นทางการหลังจากที่ทั้งคู่ได้ไปจดทะเบียนหย่าที่สำนักงานเขตแบบส่วนตัวในช่วงบ่ายของวันที่ 17 ตุลาคมก่อนจะแยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเองค่ะ ฉันอย่างไรก็ตามนั้นกระแสดังกล่าวตอนนี้ก็ยังคงเป็นเพียงข่าวลือซึ่งคาดว่าผู้ที่จะให้ความกระจ่างได้ก็จะเป็นสาววุ้นเส้นกับหนุ่มชาคริตที่ตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีการออกมายอมรับและชี้แจงใดๆทั้งสิ้นค่ะ